
ระเบียบปฏิบัติเมื่อติดต่อกับแผนกทะเบียน
- ขอรับใบคำร้องต่างๆได้ที่แผนกธุรการ
- การกรอกข้อมูลต่างๆ ในใบคำร้องจะต้องกรอกโดยละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์ และชัดเจนด้วยตัวบรรจง
- แผนกทะเบียนเป็นผู้รับคำร้อง เพื่อนำเสนออนุมัติต่อท่านอาจารย์ใหญ่ และดำเนินการตามคำขอดังกล่าว
- การขอรับเอกสารต่างๆดังแจ้ง ให้ติดต่อขอรับได้ภายหลังวันยื่นคำร้อง 7 วัน (ไม่นับวันหยุดราชการ)
- รูปถ่ายที่ใช้ติดต่อกับแผนกทะเบียนจะต้องเป็น รูปถ่ายสี/ขาว - ดำ ขนาด 2 นิ้ว (ไม่อัดภาพด้วยระบบโพลารอยด์)
นักเรียนต้องแต่งกายด้วยเครื่องแบบนักเรียนที่ถูกต้องตามระเบียบเท่านั้น และเขียนชื่อ-นามสกุลด้วยตัวบรรจง ชัดเจนหลังรูปถ่ายทุกใบ
- เมื่อมาติดต่อแผนกทะเบียน เพื่อขอรับเอกสารใดๆ นักเรียนจะต้องแต่งกายด้วยเครื่องแบบที่ถูกระเบียบทุกครั้ง
การขอใบรับรองสถานภาพนักเรียน
- ขอรับแบบคำร้องได้ที่แผนกทะเบียน โดยกรอกรายละเอียดให้ชัดเจนครบถ้วนด้วยตัวบรรจง
- กรณีการขอใบรับรองเป็นภาษาอังกฤษ (เพื่อเดินทางไปต่างประเทศ) ให้กรอกชื่อ - นามสกุล เป็นภาษาอังกฤษด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ให้ถูกต้องตรงกับหนังสือเดินทาง
- ขอรับเอกสารได้ภายหลังจากวันยื่นคำร้อง 7 วัน (ไม่นับวันหยุดราชการ)
การขอใบรับรองผลการเรียน
- ขอรับแบบคำร้องได้ที่แผนกทะเบียนโดยกรอกรายละเอียดให้ชัดเจนครบถ้วนด้วยตัวบรรจง
- ในกรณีที่นำแบบฟอร์มใบรับรองจากหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานอื่นๆ ให้กรอกเฉพาะข้อมูลในใบคำร้อง โดยไม่ต้องกรอกรายละเอียดใดๆลงใน แบบฟอร์ม แผนกทะเบียนจะเป็น ผู้จัดพิมพ์ให้ตามคำร้องที่แนบมา
- สามารถขอรับเอกสารได้ภายหลังจากวันยื่นคำร้อง 7 วัน (ไม่นับวันหยุดราชการ) หรือตามระยะ เวลาที่แผนกทะเบียนกำหนด ในกรณีเอกสารที่ต้องได้รับอนุมัติจากทางกระทรวงศึกษาธิการ
การลาออกจากการเป็นนักเรียน
- ผู้ปกครองจะต้องมาติดต่อแผนกทะเบียนด้วยตนเอง
- ขอรับแบบคำร้องกรอกรายละเอียด เพื่อยื่นเสนอขออนุมัติจากท่านอาจารย์ใหญ่
- เตรียมรูปถ่ายนักเรียนขนาด 2 นิ้ว 2 รูป ยื่นแผนกทะเบียนพร้อมกับใบคำร้อง
- ติดต่อแผนกการเงิน เพื่อตรวจสอบการชำระเงิน ค่าบำรุงการศึกษาในภาคเรียนที่ขอลาออก
- ผู้ปกครองนักเรียน หรือบิดา-มารดา ลงชื่อรับทราบการลาออก ในวันรับเอกสาร
- สามารถขอรับเอกสารได้ภายหลังจากวันยื่นคำร้อง 7 วัน (ไม่นับวันหยุดราชการ)
หมายเหตุ
- นักเรียนที่ประสงค์ขอลาออกปลายปีการศึกษา จะต้องแจ้งทาง
- แผนกทะเบียนอย่างช้าภายใน วันที่ 30 เมษายนของปีการศึกษานั้นๆ
- ถ้าท่านมิได้แจ้งความประสงค์อย่างชัดเจนด้วยการเขียนคำร้องยื่นต่อทางแผนกทะเบียนของ โรงเรียนแต่อย่างใดให้ถือว่าท่านนั้นมีความประสงค์จะศึกษาต่อในปีการศึกษาใหม่
- หากมีการแจ้งการลาออกพ้นจากระยะเวลาที่กำหนดดังกล่าวท่านจะต้องชำระค่าบำรุงการศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ของปีการศึกษาใหม่
- ผู้ปกครองคนใดมีความประสงค์ที่จะพานักเรียนออกในภาคเรียนที่ 2 จะต้องแจ้งให้ทาง โรงเรียนรับทราบภายในสิ้นเดือนกันยายน มิฉะนั้นท่านจะต้องเสียค่าธรรมเนียมของภาคเรียนที่ 2 ก่อน ทางโรงเรียนจึงจะออกเอกสารสำคัญต่างๆให้
การขอแก้ไขเอกสาร เปลี่ยนชื่อ - สกุล
- ผู้ปกครองจะต้องติดต่อแผนกทะเบียน เพื่อเขียนคำร้องขอเปลี่ยนชื่อ - สกุล ของนักเรียนต่ออาจารย์ใหญ่
- นำใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อ หรือชื่อสกุลตัวจริง พร้อมกับนำสำเนาใบสำคัญดังกล่าวแนบมาด้วย
- นำทะเบียนบ้านที่มีชื่อ หรือชื่อสกุลเดิม พร้อมกับสำเนาทะเบียนบ้านดังกล่าวแนบมาด้วย
- การขอเปลี่ยนชื่อ หรือ ชื่อสกุล ต้องขอเปลี่ยน ให้เรียบร้อยเสร็จสิ้นก่อนวันสอบ โดยเฉพาะนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มัธยมศึกษาปีที่ 3 และมัธยมศึกษาปีที่ 6 จะต้องแก้ไข ให้เรียบร้อยก่อนวันสอบปลายภาคเรียนที่ 1
การขอแก้ไขเอกสาร เปลี่ยนยศบิดา-มารดา หรือ ผู้ปกครอง
- ในกรณีผู้ปกครองนักเรียน หรือ บิดา มารดา ซึ่งรับราชการทหาร - ตำรวจเมื่อได้รับพระราชทานเลื่อนยศ จะต้องปฏิบัติ ดังนี้
- ผู้ปกครองจะต้องติดต่อแผนกทะเบียน เพื่อเขียนคำร้องขอเปลี่ยนยศของผู้ปกครองหรือบิดา - มารดา
- แสดงสำเนาเอกสารสำคัญในการได้รับพระราชทานเลื่อนยศต่อทางโรงเรียนเพื่อขออนุญาตเปลี่ยนยศ ให้ตรงกับความเป็นจริงและเป็นปัจจุบันในทะเบียนโรงเรียน
การชำระค่าธรรมเนียมการเรียน
นักเรียนใหม่
*** ชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ด้วยเงินสดในวันมอบตัวเท่านั้น
นักเรียนเก่า
*** ชำระค่าธรรมเนียมการศึกษา ด้วยเงินสด/แคชเชียร์เช็ค ส่วนค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ชำระด้วยเงินสด
ระยะเวลาในการชำระค่าธรรมเนียมการศึกษา
ภาคเรียนที่ 1
กำหนดชำระ ภายในวันที่ 30 เมษายน ของปีการศึกษา ภาคเรียนที่ 2กำหนดชำระ ภายในวันที่ 30 ตุลาคม ของปีการศึกษา
ยกเว้น
นักเรียนอนุบาล 3 ที่เลื่อนขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ต้องชำระค่าธรรมเนียมการศึกษา และค่าธรรมเนียมอื่น เพื่อสำรองที่นั่งล่วงหน้าไว้ 1 ภาคเรียน ภายในวันที่ 31 มกราคม ของปีการศึกษานั้น นักเรียนชั้น ป.6 และ ม.3 ที่เลื่อนขึ้นชั้นมัธยมฯ1 และมัธยมฯ 4 ต้องชำระค่าธรรมเนียม การศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น เพื่อสำรองที่นั่งล่วงหน้าไว้ 1 ภาคเรียน ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ของปีการศึกษานั้น นักเรียนชั้น ป.1,ป.2,ม.1,ม.2 และ ม.4 ที่เลื่อนขึ้นชั้น ป.2, ป.3,ม.2,ม.3 และม. 5
ต้องชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น เพื่อสำรอง ที่นั่งล่วงหน้าไว้ 1 ภาคเรียนภายในวันที่ 31 มีนาคม ของปีการศึกษานั้น นอกเหนือจากระดับชั้นที่ระบุข้างต้น ชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาของชั้นเรียนถัดไป
ภายในวันที่ 30 เมษายน ของปีการศึกษานั้นการขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน
- เมื่อนักเรียนมาถึงโรงเรียนแล้วต้องอยู่ในความดูแลของครูอาจารย์จะออกนอกบริเวณโรงเรียน โดยพลการไม่ได้โดยเด็ดขาด จนกว่าจะถึงเวลาเลิกเรียน
- หากนักเรียนมีกิจธุระที่จำเป็นต้องออกนอกโรงเรียนให้ปฏิบัติ ดังนี้
- ผู้ปกครองมาขอลาด้วยตนเอง โดยติดต่อที่ห้องธุรการเพื่อขอบัตรอนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน
- เมื่อนักเรียนได้รับบัตรอนุญาตแล้ว ขอให้นำบัตรอนุญาตออกนอกโรงเรียนหรือใบลาทำกิจกรรม ภายนอกโรงเรียนมอบให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ป้อมหน้าประตู
การกลับบ้าน
- โรงเรียนอนุญาตให้นักเรียนกลับบ้านหลังเวลาเลิกเรียน ถ้ามีความจำเป็นอนุญาตให้อยู่ได้และ จะต้องออกจากโรงเรียนอย่างช้าเวลา 16.30 น.(ถ้าหลังเวลา 16.30 น.ถ้าหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น
ทางโรงเรียนจะไม่รับผิดชอบ)
หมายเหตุ นักเรียนจะอยู่ในโรงเรียนหลังเวลา
16.30 น. ได้ในกรณีที่มีกิจกรรมพิเศษที่ได้รับมอบหมายโดยให้ครูผู้ควบคุมกิจกรรม
แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรต่อผู้ช่วยฝ่ายปกครอง
การลาป่วยลากิจ
- หากนักเรียนขาดเรียนด้วยกรณีป่วย กิจธุระหรือกรณีอื่นๆ การลาหยุด โรงเรียนทุกครั้งนักเรียนจะต้องยื่นใบลาป่วย / ใบลากิจตามแบบใบลาของโรงเรียนที่มีลายเซ็นของผู้ช่วยฝ่ายปกครอง ต่อครูประจำชั้น ในวันแรกที่มาเรียน เพื่อให้ครูประจำชั้นรับทราบ
- ถ้านักเรียนขาดเรียนเพราะป่วยเกิน 3 วัน ต้องมีใบรับรองแพทย์แนบมาพร้อมกับใบลาด้วย
- ถ้าปรากฏว่านักเรียนคนใดปลอมลายเซ็นผู้ปกครองจะถูกลงโทษตามระเบียบว่าด้วยความประพฤตินักเรียน และบันทึกในสมุดบันทึกพฤติกรรม
- หากนักเรียนขาดเรียนโดยไม่ส่งใบลา หรือทางโรงเรียนไม่ได้รับแจ้ง จากผู้ปกครองถึง 3 วัน ติดต่อกันโรงเรียนจะดำเนินการตามขั้นตอนที่เห็นสมควร
- ทุกครั้งที่นักเรียนหยุดเรียน ผู้ปกครองต้องแจ้งทางโรงเรียน โดยโทรศัพท์ได้ที่หมายเลข โทร.0-2213-0117,
0-2212-0157, 674-0900 โทรสาร 674-0499 โดยแจ้งกับครูธุรการ (ตั้งแต่เวลา 7.00 น.) เมื่อนักเรียนมาเรียนตามปกติต้องปฏิบัติตามข้อปฏิบัติข้างต้นด้วย
- การติดตามนักเรียนที่ขาดเรียน ถ้าขาดเรียนติดต่อ 2 วัน ในเช้าวันที่ 3 ให้ครูประจำชั้นเป็นผู้ติดตาม โดยทางโทรศัพท์ ไปรษณียบัตรหรือวิธีใดก็ตามที่เร็วที่สุด แล้วรายงานผลต่อ หัวหน้าระดับชั้นหรือผู้ช่วย