จะช่วยให้เด็กอ่านและเขียนสองภาษาอย่างไร?
ประสบการณ์การอ่านและการเขียนจำเป็นต้องสนุก
สิ่งนี้เกิดขึ้นเมื่อการอ่านและการเขียนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความเป็นจริงและเป็นธรรมชาติ
ไม่มีเหตุการณ์ที่สร้างขึ้น ไม่มีกฎไวยากรณ์และการสะกดคำที่แต่งขึ้น
หรือแม้แต่เรื่องราวที่ไม่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ของเด็ก
เด็กเรียนรู้ที่จะอ่านและเขียนเมื่อมีความต้องการที่จะเข้าใจความหมายของเนื้อเรื่อง
ท่องบทกวี แบ่งปันความตลกขบขันของหนังสือ การอ่านจะสนุกเมื่อเป็นการสื่อสาร
เด็กจำเป็นต้องมีจินตนาการ มีชีวิตชีวา ต้องการหนังสือที่น่าสนใจ
อีกทั้งมีส่วนเกี่ยวข้องและเพิ่มเติมประสบการณ์ ซึ่งทำให้พวกเขาหัวเราะ
และกระตุ้นจินตนาการได้ดี
ที่บ้านและชั้นเรียนควรเต็มไปด้วยความสามารถทางการอ่านเขียน
มีคำติดตามห้องครัว บนป้ายประกาศในห้องนอนของเด็ก
มีตัวอย่างของผลงานการเขียนของเด็กบนกำแพงเพื่อแสดงความสามารถของเขา
เด็กเรียนรู้ที่จะเขียนเมื่อพวกเขาเขียนไปสู่คนอื่นอย่างมีวัตถุประสงค์
การเขียนอย่างมีประสิทธิภาพคือการทำให้คนรับสามารถเข้าใจได้
การเน้นความผิดพลาดทางไวยากรณ์และการสะกดอย่างเห็นได้ชัดจะเป็นการทำลายจิตวิญญาณของเด็ก
การถ่ายทอดความหมายเป็นสิ่งสำคัญในการเรียนรู้ที่จะเขียนให้ดี
การเรียนรู้ที่จะอ่านก็เป็นการเรียนรู้ที่จะเขียนเช่นกัน
เด็กเรียนรู้ที่จะสะกดเมื่อเรียนรู้ที่จะอ่าน เมื่อเด็กอ่านมากเท่าไร
การเขียนของเขาก็จะถูกปรับปรุงมากเท่านั้น
สำหรับผู้ปกครอง
จะมีคุณค่าอย่างมากในการพูดคุยเรื่องการอ่านกับเด็ก
การถามจินตนาการและคำถามที่สร้างสรรค์แก่เด็กจะช่วยกระตุ้นความสามารถทางการอ่านและการพูด
ในระยะเริ่มต้น
การพัฒนาความสามารถในการเขียนจะช้ากว่าการอ่าน
การแสดงความคิดเห็นเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าการสะกดคำที่ถูกต้อง
การเขียนของเด็กไม่ว่าจะเป็นภาษาใดจะมีการสะกดผิดอยู่มาก
และมีน้อยที่เด็กจะเข้าใจว่าพวกเขาเขียนอะไร
ยิ่งนักเรียนอ่านและเขียนมากเท่าไร การสะกดผิดจะยิ่งน้อยลงเท่านั้น
เมื่อเด็กเรียนรู้ที่จะอ่านและเขียน
พวกเขาจะเริ่มพัฒนาความเข้าใจว่าควรจะวรรคตอนตรงไหนด้วยการตรวจสอบด้วยตนเอง
เมื่อมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น ควรให้เด็กได้แก้ไขด้วยตนเอง
หากข้อผิดพลาดยังมีอยู่ ผู้ปกครองควรชี้ให้เห็นและแก้ให้ถูกต้อง
|
Helping a child to write in two
languages. การช่วยเด็กเพื่อเขียนหนังสือได้ 2
ภาษา |
|
พ่อแม่สามารถช่วยเด็กในการเรียนรู้ที่จะเขียนหนังสือได้
2 ภาษา ก่อนที่เด็กจะได้เข้าเรียนในโรงเรียน
และขณะที่อยู่ที่โรงเรียนทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา
อย่างไรก็ตามการร่วมมือกับครูก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากด้วยเช่นกัน
ต่อไปนี้คือแนวความคิดและข้อแนะนำ
1.
ในเริ่มแรกเด็กๆจะเขียนเส้นขยุกขยิกเต็มหน้ากระดาษ ขอให้ภูมิใจ
ยอมรับ และให้กำลังใจ
2.
หลังจากนั้น เด็กๆจะสามารถเขียนตัวอักษรจากพยัญชนะต่างๆได้
และพัฒนาขึ้นเป็นคำทั้งคำ อย่างไรก็ตาม
เด็กๆมักจะไม่สามารถอ่านสิ่งที่ตัวเองเขียน
แต่เขาคาดหวังว่าพ่อแม่จะสามารถอ่านและเข้าใจในสิ่งที่เขาเขียน
ให้พยายามเข้าใจความหมายของเรื่องด้วยการอ่านไปพร้อมกันกับเด็ก
3.
เมื่อเด็กเริ่มเขียนตามแบบผู้ใหญ่ จะมีการเขียนที่ผิดมากทั้งตัวสะกด
ไวยากรณ์ และโครงสร้างประโยค อย่าสนใจในข้อผิดพลาดเหล่านี้
ให้สนใจข้อผิดพลาดเพียงแค่หนึ่งหรือสองแห่งที่น่าจะพอเหมาะสำหรับความต้องการของเด็ก
4.
ให้ลูกๆของคุณมีสมุดฝึกเขียนของเขาเองเพื่อใช้ตามที่เขาต้องการ
ให้เขียนในสิ่งต่างๆเมื่ออยู่ที่บ้าน เช่น ช่วยกันเขียนรายการซื้อของ
ตำราทำกับข้าว
เขียนบรรยายสมุดรวบรวมภาพถ่ายซึ่งบันทึกประสบการณ์ของครอบครัว
โคลงกลอน เขียนเรื่องขำขันและการ์ตูน
กิจกรรมที่มีคุณค่ามากที่สุดที่พ่อแม่เข้าไปมีส่วนร่วมได้ก็คือ
ฟังลูกๆของตนเองอ่านทั้งก่อนที่เด็กจะเข้าเรียนและขณะที่เข้าเรียนในช่วงปีแรกๆ
การอ่านพร้อมไปกับลูกควรจะเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรในตอนเย็น
หลีกเลี่ยงการเป็นผู้ฟังแต่อย่างเดียว
สามสิ่งที่พ่อแม่สามารถทำได้เพื่อให้การอ่านได้ผล คือ
1.ให้รายละเอียดและอธิบายเนื้อเรื่องให้ลูกฟัง
2.
สร้างความสัมพันธ์ระหว่างเรื่องกับประสบการณ์ของเด็กเอง
3.ถามคำถามเพื่อให้แน่ใจว่าเด็กเข้าใจเนื้อเรื่อง
จุดมุ่งหมายหลักสำหรับพ่อแม่ก็คือการช่วยลูกๆให้สามารถอ่านด้วยตนเองได้ทั้งสองภาษาด็กที่สามารถอ่านด้วยตนเองจะสามารถเตือนและแก้ไขข้อผิดพลาดด้วยตนเองได้
|
แหล่งที่มา : A PARENTS' AND TEACHERS' GUIDE TO
BILINGUALISM