ควรใช้ภาษาใดในการทดสอบ/ประเมิน/ให้คำปรึกษาเด็กสองภาษา? ลักษณะของการประเมินควรเป็นอย่างไร?

          การประเมินเด็กสองภาษาควรเป็นการประเมินที่มีเหตุผล, ยุติธรรม, ถูกต้อง, กว้างขวางและถ้วนทั่ว บ่อยครั้งที่การทดสอบเด็กสองภาษาแสดงให้เห็นเพียง "การไร้ความสามารถ" ของพวกเขา หรือ "การขาดความเชี่ยวชาญ" ในภาษาที่สอง ต่อไปนี้คือคำแนะนำในการประเมินเด็กสองภาษาอย่างยุติธรรม :-

          (1) ควรรู้ถึงข้อแตกต่างระหว่างปัญหาชั่วคราวและปัญหาถาวรของเด็กสองภาษาที่ขัดขวางการเรียนรู้ของเด็ก การที่เด็กพูดติดอ่าง, พูดช้า และปัญหาในการปรับตัวคือตัวอย่างของปัญหาชั่วคราว ส่วนความผิดปกติในการอ่านเนื่องจากความบกพร่องของสมอง, การสูญเสียความสามารถในการฟัง และโรคประสาทคือตัวอย่างของปัญหาระยะยาวที่ควรได้รับการรักษา

          (2) ควรมีการวิเคราะห์หรือการวินิจฉัยโรคเป็นระยะ ๆ ไม่ใช่สรุปผลการวิเคราะห์ทันที ต้องคอยเฝ้าดูเด็กในหลากหลายสถานการณ์ ( ไม่ใช่ในห้องเรียนเท่านั้น ) ซึ่งจะทำให้เรารู้พฤติกรรมของเด็กทางด้านภาษาและพฤติกรรมอื่น ๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น เราต้องรู้ประวัติครอบครัวและการศึกษาของเด็ก ผู้ปกครองและครูควรจะต้องปรึกษากันเป็นประจำ เราควรที่จะรู้ลักษณะการสื่อสารที่เป็นธรรมชาติของเด็กในหลากหลายบทบาทและสถานการณ์

          (3) การเลือกผู้ประเมินมีผลต่อการประเมิน เช่น ภาษาที่ผู้ประเมินใช้, อายุ, ตำแหน่งในสังคม, อำนาจ และเพศของผู้ประเมินล้วนมีผลต่อการแสดงออกและผลการประเมินของเด็ก ซึ่งจะทำให้การประเมินนั้นไม่เป็นกลาง ใครเป็นผู้ประเมิน, ใช้อุปกรณ์อะไร และภายใต้เงื่อนไขใด มีผลต่อการตัดสินทั้งนั้น

          (4) ตามหลักการแล้ว เด็กจะต้องถูกประเมินในฐานะเด็กสองภาษา - ในทั้งสองภาษา วิธีการทดสอบ, การประเมิน และภาษาที่ใช้สื่อสารในการประเมินควรเลือกภาษาที่เด็กชำนาญกว่า การประเมินในภาษาที่เด็กอ่อนกว่าอาจทำให้ผลการวิเคราะห์ไม่ถูกต้อง และทำให้ผู้ประเมินเข้าใจผิดเกี่ยวกับความสามารถของเด็ก

          (5) ผู้ปกครองและผู้สอนต้องมั่นใจว่าภาษาที่ใช้ในการทดสอบนั้นเหมาะสมสำหรับเด็ก ยกตัวอย่างเช่น การแปลข้อสอบ( จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาสเปน ) อาจทำให้ภาษาไม่เหมาะสมสำหรับเด็ก ความหลากหลายของภาษาสเปนอาจทำให้เกิดปัญหาได้ เช่น เด็กอาจไม่ได้ใช้ภาษาสเปนที่แปลมาให้ ผู้ปกครองที่ใช้ภาษา Chicano Spanish ก็จะต้องการให้ทดสอบเป็นภาษา Chicano เมื่อเด็กที่พูดภาษาสเปนอาศัยอยู่ในประเทศอเมริกาเป็นเวลานานพอสมควร ภาษาสเปนของพวกเขาก็จะเปลี่ยนไป ภาษาอังกฤษมีอิทธิพลต่อวิธีการพูดภาษาสเปน เพราะฉะนั้นการทดสอบในภาษาสเปนที่เป็นภาษา 'มาตรฐาน' นั้นไม่เหมาะสม การสอบเป็นภาษาสเปนจะยอมรับคำตอบที่ถูกต้องเพียงคำตอบเดียวเท่านั้น ซึ่งไม่ยุติธรรมสำหรับเด็กที่รู้สองภาษาและเด็กที่ใช้ภาษาสเปนในรูปแบบอเมริกัน

          เนื่องจากมีปัญหาทางด้านภาษาของการทดสอบ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องรู้ถึงความแตกต่างระหว่างประวัติภาษาของเด็กและประวัติการกระทำและสมรรถภาพของเด็ก ประวัติการกระทำและสมรรถภาพของเด็กสำคัญกว่าเพราะเป็นการแสดงถึงความสามารถที่แฝงอยู่ในตัวเด็ก ไม่ใช่ความสามารถทางด้านภาษาเท่านั้น ประวัติการกระทำและสมรรถภาพของเด็กแสดงถึงความสามารถของเด็กโดยรวม ไม่ใช่ความสามารถทางด้านภาษาเท่านั้น

          (6) บางครั้งไม่สามารถทดสอบเป็นภาษาที่เด็กเก่งกว่าได้ ยกตัวอย่างเช่น ผู้เชี่ยวชาญภาษารองคนที่เห็นว่าเหมาะสมอาจไม่สามารถร่วมทีมทดสอบได้ ข้อสอบอาจไม่ใช่ภาษาของเด็ก และการแปลข้อสอบอาจทำให้เนื้อหาข้อสอบเหล่านั้นไม่มีผลบังคับและไม่น่าเชื่อถือ บางครั้งจำเป็นจะต้องใช้ล่ามหรือผู้แปล ถ้าพวกเขาเหล่านี้ได้รับการฝึกฝนในหลายๆด้านที่จำเป็น พวกเขาก็จะสามารถประเมินได้อย่างถูกต้องและยุติธรรมมากกว่า อย่างไรก็ตาม ล่ามหรือผู้แปลอาจมีอิทธิพลต่อการประเมินได้ ( ขึ้นอยู่กับการแปลหรือการอธิบายของพวกเขา )

          (7) ถ้าเด็กได้รับการทดสอบ ข้อสมมติก็คือ "ปัญหา" อยู่ในตัวเด็กเอง ในเวลาเดียวกันและบางครั้ง ควรเน้นสาเหตุที่อยู่นอกตัวเด็ก เช่น ปัญหาอยู่ที่โรงเรียน ใช่หรือไม่? ทางโรงเรียนให้นักเรียนสอบตกเพราะไม่ยอมรับความสามารถของเด็กในภาษาแรก และเน้นความล้มเหลวในภาษาที่โรงเรียนใช้ ใช่หรือไม่? ทางโรงเรียนไม่ยอมรับวัฒนธรรมและลักษณะของเด็ก ซึ่งส่งผลต่อความสำเร็จทางการศึกษาและการมีความเคารพในตัวเอง ใช่หรือไม่? หลักสูตรที่สอนนั้นอยู่ในระดับที่ยากเกินความสามารถในการเรียนรู้ของเด็กหรือแปลกสำหรับเด็ก ใช่หรือไม่? วิธีแก้ไขอาจอยู่ที่การเปลี่ยนระบบของโรงเรียน ไม่ใช่ตัวเด็กเอง

          (8) ข้อควรระวังคือ การประเมินอาจนำไปสู่การไร้ความสามารถแทนที่จะเป็นการให้อำนาจกับเด็กสองภาษาหากการประเมินแบ่งแยกเด็กออกจากกลุ่มเด็กคนอื่นๆที่มีความสำคัญและเหนือกว่าในสังคม เด็กอาจกลายเป็นเด็กที่ไร้ความสามารถได้ การประเมินควรจะมีผลประโยชน์สำหรับเด็กในระยะยาว ผลประโยชน์ที่ดีที่สุดไม่ได้หมายความเพียงวิธีการแก้ไขทางการเรียนในระยะสั้น แต่หมายถึงโอกาสในการประกอบอาชีพในระยะยาวด้วย การประเมินควรเป็นสิ่งที่ช่วยสนับสนุนและส่งเสริมเด็ก

          (9) เป็นสิ่งสำคัญที่เราควรจะใช้ความเข้าใจของครูที่สอนเด็กและคอยเฝ้าดูเด็กตลอดเวลาในหลากหลายสถานการณ์ ครูเหล่านั้นคิดว่าอะไรคือปัญหาหลัก? พวกเขาเสนอวิธีการแก้ไขอย่างไรบ้าง? ครูเหล่านี้มีแผนดำเนินการอย่างไรบ้าง? การที่กลุ่มครูมานั่งปรึกษากันเป็นประจำในเรื่องของเด็กที่มีปัญหานั้นเป็นสิ่งที่ดี และมีประโยชน์ และเป็นขั้นตอนแรกในการประเมินและแก้ปัญหาของเด็ก

          (10) อีกวิธีหนึ่งคือ ผู้ประเมินสามารถเปรียบเทียบเด็กคนใดคนหนึ่งกับเด็ก "ปกติ" ได้ การทดสอบนี้จะบ่งบอกถึงความแตกต่างระหว่างเด็กคนนั้นและเด็กทั่วๆไป และจะแสดงให้เห็นว่า เฉลี่ยแล้วเด็กคนนั้นแตกต่างจากเด็กคนอื่นมากน้อยแค่ไหน มีการทดสอบเช่นนี้หลายประเภทที่ใช้คะแนนของเด็กเจ้าของภาษาหลักเป็นหลักเพราะฉะนั้นการเปรียบเทียบเช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรมสำหรับเด็กภาษารอง

          ส่วนมากผู้ที่เขียนจะเขียนสิ่งที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมของพวกเขาเอง ยกตัวอย่างเช่น คำว่า 'ไม้เทนนิส', 'มนุษย์หิมะ' และ 'บัตรเครดิต' อาจไม่ใช่คำที่คุ้นหูสำหรับคนที่ไม่เคยเห็นมนุษย์หิมะ, ไม่เคยเล่นหรือดูเทนนิส หรือไม่เคยรู้เกี่ยวกับบัตรแทนเงินมาก่อน ข้อสอบเช่นนี้ส่วนใหญ่จะเป็นข้อสอบที่สั่งให้วงกลมข้อที่ถูก และไม่สามารถวัดความสามารถเด็กในหลายๆด้านของภาษาหรือวิชาอื่นๆได้ เช่น ไม่สามารถวัดความสามารถในการพูดภาษาได้ด้วนการสอบข้อเขียน การสอบในลักษณะนี้จะเป็นการเปรียบเทียบคนใดคนหนึ่งกับผู้อื่น เป็นสิ่งสำคัญหรือไม่? การวัดความสามารถของเด็กสองภาษาในแต่ละวิชาสำคัญกว่า ใช่หรือไม่? การวัดความสามารถของเด็กสองภาษาในแต่ละวิชาของหลักสูตรจะให้ข้อมูลที่สำคัญและมีประโยชน์กว่า เพราะจะแสดงให้เห็นถึงความสามารถของเด็กอย่างละเอียดในแต่ละวิชา ( เช่น วิชาคณิตศาสตร์ ) และจะช่วยชี้แนะว่าควรพัฒนาส่วนใด และอย่างไรบ้าง

แหล่งที่มา : A PARENTS' AND TEACHERS' GUIDE TO BILINGUALISM